20 สิงหาคม 2553
เวลา 07.21 น. วันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่ง แจ่มใส ผมตื่นขึ้นมาอย่างฝืนใจลุก
อันที่จริงแล้ว ก็ไม่ได้ง่วง เพลียอะไรหรอก
เีพียงแต่ความเกียจคร้านในยามเช้ามีมากกว่าความตื่นตัว
ทำใจสักพักจึงลุกขึ้นมาทันทีทันใด เพราะมัวโอ้เอ้หมกอยู่ใต้ผ้าห่ม
มีหวังต้องนอนต่อไปอีกยาว เผลอๆ อาจตื่นสายไปไม่ทันประชุม
พับผ้าห่มเก็บที่นอนเรียบร้อยแล้ว จึงเดินออกมาหยิบขันสบู่ จะไปล้างหน้าแปรงฟัน
บังเอิญห้องน้ำยังไม่ว่าง จึงเดินกลับไปห้อง เอาตะกร้า แล้วเดินหลี่ไปที่จุดที่ตั้งเครื่องซักผ้าประจำที่ทำงาน ปรากฏว่ามีคนใช้เครื่องซักผ้าก่อนแล้ว และเห็นกองผ้าที่เปียกน้ำแล้วอยู่ในกะลังมัง ตั้งอยู่หน้าเครื่อง....ของใครก็ไม่รู้ แต่ในเครื่องก็ยังมีผ้าที่กำลังซักอยู่
ผมไม่อยากรอเครื่อง จึงลงมือซักผ้าด้วยมือ
ผ่านไปเกือบชั่วโมง เมื่อถึงเวลาที่จะปั่นแห้งผ้า และเครื่องว่างแล้ว ผมจึงลุกไปปั่นผ้า
ก่อนหน้านั้นเจ้าของกองผ้าตัวจริงได้แว๊บมาดูผ้าแล้วรอบหนึ่งแล้วเดินกลับไป
ผมเหลือบไปมองดู ถ้าเอาใจเขามาใส่ใจเรา คงหงุดหงิดใจที่เห็นคนอื่นเอาผ้าของตัวเองออกจากเครื่องทั้งๆ ที่ยังซักไม่เสร็จแถมยังไม่ปั่นแห้งน้ำให้ด้วย
ขณะที่กำลังยืน ประจวบพอดีกับเจ้าของผ้าซึ่งเป็นหญิงสาวผิวสีชาวต่างชาติ เดินมาดูผ้าของตัวเองอีกรอบ ผมบอกว่าขอโทษนะ นี้ผ้าคุณหรือ ผมกำลังปั่นแห้งให้อยู่ เธอทำท่างงๆ บอกขอบคุณ
แล้วเดินจากไปอีกครั้ง ผมเปิดน้ำสะอาดเติมน้ำยาผ้านุ่มหอมๆ อีกรอบ แล้วหยิบผ้าที่ปั่นลงไปแช่อีกครั้ง ก่อนที่จะปั่นแห้งอีกรอบ ไหนๆ ก็ดูเหมือนผู้ร้าย แล้วก็เป็นผู้ร้ายที่มีจรรยาบรรณ สักหน่อยก็แล้วกัน
ผมไม่ได้โทษเธอเลย หากเธอจะคิดว่าผมคือคนที่หยิบผ้าเธอขึ้นมาจากเครื่อง
แต่ผมอดที่จะสบถว่าคนที่หยิบผ้าคนอื่นออกมาจากเครื่องโดยไม่ทำให้เรียบร้อยก่อน
ใจเขาใจเรา ผมก็เคยเจอเหตุการณ์นี้มาบ้าง มันเสียความรู้สึกเหมือนกันนะ
จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างจากสังคม คนเราทุกวันนี้ เอาดีใส่ตน จนบางครั้งไม่สนใจว่า จะได้มาด้วยวิธีใด การเอาเปรียบคนอื่น เหยียบบ่า เหยียบหลังคนอื่น ทำนาบนหลังคน ฯลฯ สารพัีดวิธีที่จะทำ
อย่างไรเสีย ขึ้นชื่อว่า คน ก็ยัง คือ คน ยังวันค่ำ
คิดไปก็ปวดหัว หันกลับมามองตัวเองดีกว่า
นี่แหละผู้ร้ายตัวจริง
วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
เป็นหนึ่งในโลก
ได้เห็นรูปผู้หญิงไปเรียนทำอาหารแล้วทำให้ผุดความคิดขึ้นมา
นานมาแล้ว สมัยบวชเรียนผมได้ฟังปัญหาถามตอบระหว่างพระพุทธองค์ และ เณรน้อย
คำถามนั้นคือ ท่านถามว่า อะไรเป็นหนึ่งในโลก ท่านตอบว่าอาหารนั่นเองที่เป็นหนึ่งในโลก
เรามีชีวิตอยู่ด้วยอาหาร
ผู้หญิงคือผู้ที่เกี่ยวข้องกับในครัวมากที่สุด
ผมคิดว่า ผู้หญิงนี้แหละ คือผู้เป็นหนึ่งในโลกที่แท้จริง..
นานมาแล้ว สมัยบวชเรียนผมได้ฟังปัญหาถามตอบระหว่างพระพุทธองค์ และ เณรน้อย
คำถามนั้นคือ ท่านถามว่า อะไรเป็นหนึ่งในโลก ท่านตอบว่าอาหารนั่นเองที่เป็นหนึ่งในโลก
เรามีชีวิตอยู่ด้วยอาหาร
ผู้หญิงคือผู้ที่เกี่ยวข้องกับในครัวมากที่สุด
ผมคิดว่า ผู้หญิงนี้แหละ คือผู้เป็นหนึ่งในโลกที่แท้จริง..
วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553
มาจิสึจะเหงาไหมนะ?
ดึกแล้ว ผมรู้สึกหิวขึ้นมาเสียดื้อๆ
จึงเดินลงไปหาอะไรทานที่โรงครัวในที่ทำงาน
ระหว่างที่กินก็ไปเปิดทีวีจะดูอะไรเพลินๆ ระหว่างกินข้าวไปด้วย
แต่ก็เปิดไม่ได้เพราะทีวีฟ้องว่าติดรหัส มันให้ใส่รหัส.. ช่างมันเถอะ ไม่ดูแล้ว ผมคิด..
ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็น"มาจิสึ" สุนัขที่อาศัยที่ทำงานก่อนผมจะมาที่นี่
มันนอนอยู่บนโต๊ะไม้อย่างสงบนิ่ง...
มันจะกินอะไรหรือยังหนอ...
หลังจากกินอิ่มผมจึงตักข้าวขึ้นมาใหม่พร้อมตักน้ำต้มพะโล้ และพยามตักเอาชิ้นเนื้อจากผัดถิ่วที่อยู่ในหม้อ
เทไว้ในถ้วยตรงนี้แหละ ถ้ามันตื่นมา หิวจะได้มีอะไรกิน
ผมไม่กล้าเรียกมัน เพราะเห็นมันหลับสนิทอยู่
ผมมองหาผ้าสักผืนเพื่อที่จะปูให้มันนอน มันคงจะหนาวนะ...
มาจิสึเป็นหมาที่สุภาพ มันจะเงียบๆ ท่าทางสุุขุมเหมือนคน และจะอารมณ์ดีกระดิกหางเมื่อเวลามีคนมาทักทายเล่นกับมัน...
ตอนที่เดินกลับมาผมใช้สายตาสอดส่องไปดูหมาตัวอื่นๆ ที่มีเจ้าของ
ไม่มีเลย มันคงนอนหลับในบ้านที่เจ้าของจัดที่ให้
แต่กับเจ้ามาจิสึ ผู้ซึ่งอาศัยอยู่มานานแล้ว มันนอนเรื่อยๆ ทุกๆที่ ที่มันจะนอนได้
มันคงหนาว เหงา นะ...
มาจิสึ เอ๋ยย...
จึงเดินลงไปหาอะไรทานที่โรงครัวในที่ทำงาน
ระหว่างที่กินก็ไปเปิดทีวีจะดูอะไรเพลินๆ ระหว่างกินข้าวไปด้วย
แต่ก็เปิดไม่ได้เพราะทีวีฟ้องว่าติดรหัส มันให้ใส่รหัส.. ช่างมันเถอะ ไม่ดูแล้ว ผมคิด..
ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็น"มาจิสึ" สุนัขที่อาศัยที่ทำงานก่อนผมจะมาที่นี่
มันนอนอยู่บนโต๊ะไม้อย่างสงบนิ่ง...
มันจะกินอะไรหรือยังหนอ...
หลังจากกินอิ่มผมจึงตักข้าวขึ้นมาใหม่พร้อมตักน้ำต้มพะโล้ และพยามตักเอาชิ้นเนื้อจากผัดถิ่วที่อยู่ในหม้อ
เทไว้ในถ้วยตรงนี้แหละ ถ้ามันตื่นมา หิวจะได้มีอะไรกิน
ผมไม่กล้าเรียกมัน เพราะเห็นมันหลับสนิทอยู่
ผมมองหาผ้าสักผืนเพื่อที่จะปูให้มันนอน มันคงจะหนาวนะ...
มาจิสึเป็นหมาที่สุภาพ มันจะเงียบๆ ท่าทางสุุขุมเหมือนคน และจะอารมณ์ดีกระดิกหางเมื่อเวลามีคนมาทักทายเล่นกับมัน...
ตอนที่เดินกลับมาผมใช้สายตาสอดส่องไปดูหมาตัวอื่นๆ ที่มีเจ้าของ
ไม่มีเลย มันคงนอนหลับในบ้านที่เจ้าของจัดที่ให้
แต่กับเจ้ามาจิสึ ผู้ซึ่งอาศัยอยู่มานานแล้ว มันนอนเรื่อยๆ ทุกๆที่ ที่มันจะนอนได้
มันคงหนาว เหงา นะ...
มาจิสึ เอ๋ยย...
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)

