วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ผลัดเปลี่ยนเเละเรียนรู้


วันนี้ ประชุมกับเพื่อนร่วมงาน
ได้แลกเปลี่ยน รับฟังถึงการทำงานที่เป็นไป
บางที ความจริง กับสิ่งที่เป็นอยู่
มันไม่ได้สามารถเดินไปเคียบคู่กันไปได้

การที่เรารัก อยากทำอะไร ไม่ใช่ว่า แค่อยากแล้วจะทำได้
โดยเฉพาะในเรื่องการงาน

ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับสิ่งที่ตัวเองจะได้เรียนรู้
นอกจากบอกว่าเองว่า
ในการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง
ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ


วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เมื่อวานนี้ วันนี้ พรุ่งนี้

สวัสดีชาวโลก!!
เมื่อวันนี้เป็นวันพุธ...
วันนี้เป็นพฤหัสบดี..
และวันพรุ่งนี้จะเป็นวันศุกร์ นะครับ...
พอดีแว๊บๆ ความคิดอะไรได้บางอย่าง ก็เลยรีบมาเล่าสู่กันฟัง..
ชาวโลก โลกมนุษย์ของเรานี้เป็นที่กักขังของสิ่งมีชีวิตโลกเดียวหรือเปล่า
โลกกักขังสิ่งมีชีวิต โลกสิ่งมีชีวิตกักขังวิญญาณ ที่ยังมีกิเลสใช่ไหม
ตราบใดที่ยังมีกิเลส เราก็ต้องดิ้นรน จนกว่าร่างที่เราอาศัยจะแตกดับไป
แล้วเราก็หาร่างใหม่ และฟูมฟักวิญญาณของเราให้ดิ้นรนต่อไปในอีกร่าง..
ใช่แล้ว เมื่อเรายังมีกิเลส ก็จะหลีกเลี่ยงความทุกข์ไปไม่ได้เลย
 คนเราถ้าไม่ทุกข์เพราะเรื่องของตัวเอง
ก็มักจะทุกข์เพราะเรื่องของคนอื่น ในโลกนี้ถ้าเราสัมพันธ์กันหมด
ชีวิตของเราทั้งชีวิต คงมีแต่เรื่องทุกข์
โอ้ย แค่คิดก็ปวดหัว ทุกข์แล้ว

หนีไปโลกอื่นดีไหม?
แต่ถึงจะหนีไปไหน ก็ไม่พ้นหรอกใช่ไหม
ก็บอกแล้วว่า ถ้าไม่ทุกข์เพราะเรื่องคนอื่น ก็ทุกข์เพราะเรื่องตัวเอง
ต่อให้อยู่คนเดียว เฉยๆ ไม่ทำอะไร ก็มีทุกข์นะเออ

ทำงาน ตามประสาชาวโลกดีกว่า ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ผมเป็นผู้ร้าย...

20 สิงหาคม 2553
เวลา 07.21 น. วันนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่ง แจ่มใส ผมตื่นขึ้นมาอย่างฝืนใจลุก
อันที่จริงแล้ว ก็ไม่ได้ง่วง เพลียอะไรหรอก
เีพียงแต่ความเกียจคร้านในยามเช้ามีมากกว่าความตื่นตัว
ทำใจสักพักจึงลุกขึ้นมาทันทีทันใด เพราะมัวโอ้เอ้หมกอยู่ใต้ผ้าห่ม
มีหวังต้องนอนต่อไปอีกยาว เผลอๆ อาจตื่นสายไปไม่ทันประชุม
พับผ้าห่มเก็บที่นอนเรียบร้อยแล้ว จึงเดินออกมาหยิบขันสบู่ จะไปล้างหน้าแปรงฟัน
บังเอิญห้องน้ำยังไม่ว่าง จึงเดินกลับไปห้อง เอาตะกร้า แล้วเดินหลี่ไปที่จุดที่ตั้งเครื่องซักผ้าประจำที่ทำงาน ปรากฏว่ามีคนใช้เครื่องซักผ้าก่อนแล้ว และเห็นกองผ้าที่เปียกน้ำแล้วอยู่ในกะลังมัง ตั้งอยู่หน้าเครื่อง....ของใครก็ไม่รู้  แต่ในเครื่องก็ยังมีผ้าที่กำลังซักอยู่
ผมไม่อยากรอเครื่อง จึงลงมือซักผ้าด้วยมือ
ผ่านไปเกือบชั่วโมง เมื่อถึงเวลาที่จะปั่นแห้งผ้า และเครื่องว่างแล้ว ผมจึงลุกไปปั่นผ้า
ก่อนหน้านั้นเจ้าของกองผ้าตัวจริงได้แว๊บมาดูผ้าแล้วรอบหนึ่งแล้วเดินกลับไป
ผมเหลือบไปมองดู ถ้าเอาใจเขามาใส่ใจเรา คงหงุดหงิดใจที่เห็นคนอื่นเอาผ้าของตัวเองออกจากเครื่องทั้งๆ ที่ยังซักไม่เสร็จแถมยังไม่ปั่นแห้งน้ำให้ด้วย
ขณะที่กำลังยืน ประจวบพอดีกับเจ้าของผ้าซึ่งเป็นหญิงสาวผิวสีชาวต่างชาติ เดินมาดูผ้าของตัวเองอีกรอบ ผมบอกว่าขอโทษนะ นี้ผ้าคุณหรือ ผมกำลังปั่นแห้งให้อยู่ เธอทำท่างงๆ บอกขอบคุณ
แล้วเดินจากไปอีกครั้ง ผมเปิดน้ำสะอาดเติมน้ำยาผ้านุ่มหอมๆ อีกรอบ แล้วหยิบผ้าที่ปั่นลงไปแช่อีกครั้ง ก่อนที่จะปั่นแห้งอีกรอบ ไหนๆ ก็ดูเหมือนผู้ร้าย แล้วก็เป็นผู้ร้ายที่มีจรรยาบรรณ สักหน่อยก็แล้วกัน

ผมไม่ได้โทษเธอเลย หากเธอจะคิดว่าผมคือคนที่หยิบผ้าเธอขึ้นมาจากเครื่อง
แต่ผมอดที่จะสบถว่าคนที่หยิบผ้าคนอื่นออกมาจากเครื่องโดยไม่ทำให้เรียบร้อยก่อน
ใจเขาใจเรา ผมก็เคยเจอเหตุการณ์นี้มาบ้าง มันเสียความรู้สึกเหมือนกันนะ
 จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างจากสังคม คนเราทุกวันนี้ เอาดีใส่ตน จนบางครั้งไม่สนใจว่า จะได้มาด้วยวิธีใด การเอาเปรียบคนอื่น เหยียบบ่า เหยียบหลังคนอื่น ทำนาบนหลังคน ฯลฯ สารพัีดวิธีที่จะทำ

อย่างไรเสีย ขึ้นชื่อว่า คน ก็ยัง คือ คน ยังวันค่ำ
คิดไปก็ปวดหัว  หันกลับมามองตัวเองดีกว่า
นี่แหละผู้ร้ายตัวจริง

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เป็นหนึ่งในโลก

ได้เห็นรูปผู้หญิงไปเรียนทำอาหารแล้วทำให้ผุดความคิดขึ้นมา
นานมาแล้ว สมัยบวชเรียนผมได้ฟังปัญหาถามตอบระหว่างพระพุทธองค์ และ เณรน้อย
คำถามนั้นคือ ท่านถามว่า อะไรเป็นหนึ่งในโลก  ท่านตอบว่าอาหารนั่นเองที่เป็นหนึ่งในโลก
เรามีชีวิตอยู่ด้วยอาหาร

ผู้หญิงคือผู้ที่เกี่ยวข้องกับในครัวมากที่สุด
ผมคิดว่า ผู้หญิงนี้แหละ คือผู้เป็นหนึ่งในโลกที่แท้จริง..